บทที่ 22 ห้ามไม่ให้คิดเกินเลย
อรุโณทัยกลับมาอีกครั้งในช่วงเย็น เธอเปิดประตูห้องเข้าไปเห็นรัชณกรนอนดูทีวีสบายใจเฉิบ เธอสาวเท้าเข้าไปหาใกล้ๆ แล้วตบไหล่ดังป้าบ
“ไม่กลับบ้านกลับช่องหรือไง” เธอถามอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนัก
“ขี้เกียจกลับ” เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจเช่นกัน
“แกนี่ก็แปลกคน…”
“ทำไม เดี๋ยวนี้ฉันจะมาอยู่ห้องแกไม่ได้แล้วหรือไง หรือว่าอยากจะอยู่กับไอ้นาวินมันสองต่อสอง” รัชณกรพูดน้ำเสียงไม่พอใจ
“แกอย่ามาหาเรื่อง…”
“ฉันไม่ได้หาเรื่อง ฉันแค่ถาม” เขาเงยหน้ามองสบตาเธอ อรุโณทัยส่ายหน้า เธอเดินไปในครัว หยิบน้ำเย็นขึ้นดื่มไม่อยากทะเลาะกับเพื่อน แต่มิวาย… เขาดันเดินตามเธอเข้าไปในครัวด้วย
“ไอ้โณ ฉันถามจริง แกคิดอะไรกับไอ้นาวินมันหรือเปล่าวะ” นอกจากจะเดินตามแล้ว เขายังไปหยุดฝีเท้ายืนประชิดหญิงสาวอีกด้วย อรุโณทัยตกใจเผลอถอยจนแผ่นหลังติดกับตู้เย็น ขนลุกไปหมด ยิ่งเห็นแววตาจริงจังที่หาได้ยากยิ่งจากคนขี้เล่นปนกระหล่อน ยิ่งทำให้เธอใจสั่นไหววูบวาบ
“ทะ… ทำไม แกถามอะไรแบบนั้น”
“ฉันอยากรู้ แกคิดอะไรกับไอ้นาวินมันหรือเปล่า” เขาเค้นเสียงถามอีก อรุโณทัยก้มหน้าลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
“แล้วถ้าฉันคิด แกจะทำไม”
“ไอ้โณ!”
ด้วยความลืมตัว รัชณกรเผลอขึ้นเสียงใส่ เขาทุบกำปั้นดังปั๊กไปที่ตู้เย็น ทุบแรงจนตู้เย็นสั่น หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว เริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นแววตาจริงจังจากเขา
“ฉันขอสั่งห้ามไม่ให้แกคิดอะไรเกินเลยกับไอ้นาวินเด็ดขาด” ชายหนุ่มเค้นเสียงพูดลอดไรฟัน อรุโณทัยส่ายหน้าหวืด
“ทำไม…”
“วะ! ไม่ให้คิดก็ไม่ให้คิด แกจะถามทำไมให้มันมากความ”
“ก็ฉันอยากรู้นี่ว่าถ้าฉันคิดอะไรกับคุณนาวินเกินเพื่อนแล้วมันจะทำไม แล้วนี่แกมีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉันวะ” พอตั้งสติได้อรุโณทัยก็เข้าสู่โหมดเจ้าหนูจำไม อยากรู้เหตุผลของคนตรงหน้าจึงถามออกไปเป็นชุดๆ
“ก็สิทธิ์ของความเป็นเพื่อนแกไง ฉันไม่อยากให้แกไปชอบไปตกหลุมรักมัน เข้าใจไหม”
“ไม่เข้าใจ ทำไมฉันจะตกหลุมรักคุณนาวินไม่ได้” เธอยังคงเถียงต่อไปอีก รัชณกรพ่นลมหายใจเฮือก กรอกตาขึ้นมองเพดานห้องอย่างหงุดหงิดหัวเสียเป็นที่สุด
“เพราะฉันหวงแกไงล่ะไอ้บ้า!” คำพูดหลุ่นๆ ออกมาจากชายหนุ่มผู้ซึ่งเอ่ยคำหวานกับใครเขาไม่ค่อยเป็น อรุโณทัยนิ่งอึ้ง ช็อคไปเรียบร้อยแล้วกับถ้อยคำที่ไม่คิดว่าจะออกมาจากปากเพื่อนสนิทคนนี้ พอได้ยินประโยคถัดมาของคนตรงหน้า ยิ่งทำให้เธอช็อคเพิ่มขึ้นไปอีก
“แก… แกหวงฉันเหรอ”
“เออสิวะถามได้ นี่แกไม่รู้จริงๆ หรือแกแกล้งไม่รู้กันแน่” เขาเท้าแขนไปที่ตู้เย็น ล็อคตัวเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน แน่นอนว่าตอนนี้อรุโณทัยตัวแข็งทื่อไปเรียบร้อยแล้ว
“แกหมายถึงเรื่องอะไร”
“มาถึงขนาดนี้แล้วยังจะถามอีก แสดงว่าแกโง่จริงๆ ไม่ได้แกล้งโง่สินะ” เขาเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจของเธอสะดุดขาดเป็นห้วงๆ หายใจไม่ทั่วท้อง ท้องไส้มวนปั่นป่วนไปหมด
“ไอ้รัช…”
“ฉันรักแก รักแกมาก เข้าใจไหม!”
“ฉันรู้ ฉันก็รักแก”
“แต่รักของฉันที่มีให้แก ไม่ได้รักแบบเพื่อน ฉันรักแกแบบคนรัก” คำพูดจริงจังหน้าตาจริงใจของชายหนุ่มทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นสะดุดโครมคราม มือไม้สั่นไปหมด เธอพยายามจับจ้องนัยน์ตาสีดำขลับเพื่อจะเค้นความจริงออกมาว่าคนตรงหน้ากำลังพูดเล่นหรือไม่ แต่นัยน์ตาของเขากลับไม่มีวี่แววของการล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย เธอใจเต้นแรงจนรู้สึกว่ามันจะกระเด็นออกนอกหน้าอกเสียให้ได้
“แก…”
“ได้ไหม ฉันขอแกได้ไหม แกอย่าไปตกหลุมรักมันเลย ฉันขอร้อง” ถ้อยคำถัดมาเริ่มอ่อนลง แววตาเว้าวอนของเขาทำให้เธออยู่ไม่สุข ก่อนที่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจะตีตื้นขึ้นมาทำให้เธอมีสติมากขึ้น
“แกจะบ้าหรือไง เราเป็นเพื่อนกันนะ ไอ้บ้า!” ไม่ว่าเปล่า… เธอยังผลักเขาออกเต็มแรง แต่พอผลักออกเขากลับยึดแขนสองข้างของเธอไว้แน่น รัชณกรดันตัวเธอไปแนบชิดตู้เย็นอีกครั้ง คราวนี้เขามองเธอด้วยสายตาดุกร้าว ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วทั้งกาย แล้วสติของเธอก็หลุดกระจายเมื่อใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้ ประทับริมฝีปากแนบกับเรียวปากเล็กของเธอ
